**

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร ก่อนอื่นเลยเราต้องวิเคราะห์ตลาดก่อนว่าเราควรขายอะไรหรือไม่ก็ต้องรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าอยากได้จริง ๆ อะไรคือเหตุผลที่คนไม่ยอมจ่ายเงิน  และเราต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าของเรามากขึ้น ซึ่งถ้าเรารู้เราก็จะสามารถหาวิธีการมาแก้ไขปัญหาได้ วันนี้เช่าตลาดมาบอกถึง 7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร เช่าตลาดมีวิธีง่าย ๆ มาบอกค่ะ

7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

ขอบคุณรูปภาพจาก : pixabay.com

  1. สินค้าไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มประหยัดในการใช้เงินมากขึ้น สินค้าอะไรก็ตามที่ไม่จำเป็น แม้จะดูน่าสนใจแต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ซื้อ แม้เราจะมั่นใจว่าสินค้าที่เราขายนั้นดีแสนดีแต่บางที ผิดที่ผิดเวลา การจับจ่ายก็ไม่เกิดขึ้น ทางที่ดีลองสำรวจพื้นที่ที่ตัวเองเปิดร้านว่าสินค้าอะไรที่ลูกค้าต้องการ อาจจะไม่ใช่แค่ อาหาร เครื่องดื่ม แต่สินค้าบางอย่างความต้องการในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันหากจับจุดความต้องการนั้นได้หาสินค้ามาขายได้ ยอดขายเราก็จะดีขึ้น
  2. กระจายทำเลค้าขายมากขึ้น ไม่กระจุกเหมือนเดิม พ่อค้าแม่ค้าอาจจะต้องลงทุนกับจำนวนคนที่มาช่วยในการขายของ โดยอาจจะเลือกเปิดร้านในหลาย ๆ ตลาดที่อาจจะดีกว่าการยึดติดอยู่กับตลาดใดตลาดหนึ่ง ที่สำคัญการขายของในหลาย ๆ ตลาดเป็นการกระจายความเสี่ยงและมีโอกาสได้พบกับลูกค้ารายใหม่ ๆ มากขึ้น
  3. เพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น สมัยนี้จะยึดติดกับการขายแบบออฟไลน์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่มีเวลาน้อยลง การซื้อของใช้ต่าง ๆ ก็เข้าสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น แม้เราจะไม่คุ้นเคยกับการขายผ่านออนไลน์แต่ในยุคนี้เราต้องศึกษาและพัฒนาเอาสินค้าของเราไปขายในตลาดออนไลน์บ้าง จะช่วยเพิ่มยอดขายได้ดีขึ้นแน่นอน
7 วิธีขายของอย่างไรให้มีกำไร

ขอบคุณรูปภาพจาก : pixabay.com

  1. ราคาสินค้า เหมาะสมกับสินค้า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าคือ ราคา ในตลาดเดียวกัน สินค้าแบบเดียวกัน บางร้านขายดี ในขณะที่บางร้านขายไม่ได้ นั่นเพราะคนตัดสินกันที่ราคาขาย พ่อค้าแม่ค้าอาจจะแย้งว่า ก็ต้นทุนมาแพงจะให้ขายต่ำกว่าทุนได้ยังไง ความเป็นจริงคือใช่ แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขคือเราจะหาวิธีลดต้นทุนเหล่านี้ได้อย่างไร ต้องลองตัดสินใจว่าจะขายของที่ราคาสูงกว่าแล้วขายไม่ได้หรือเลือกขายในราคาที่ถูกลงโดยอาจไปลดต้นทุนด้านอื่นที่ไม่กระทบคุณภาพสินค้าอาจจะทำให้ขายได้มากขึ้น
  2. อย่าขายสินค้าตามกระแส การเลือกเป็นพ่อค้าแม่ค้าอะไรที่เป็นกระแสมักจะมีคนแห่ขายกันจนเกลื่อน เมื่ออุปสงค์มากกว่าอุปทาน ลูกค้าก็รู้สึกเบื่อที่จะซื้อ บางคนลงทุนสต็อกสินค้าตามกระแสมาจนมากเกินพอดี เมื่อกระแสนั้นเปลี่ยนไป สินค้าที่สต็อกมาก็ยังขายไม่ได้ สุดท้ายก็ทุนหายกำไรหด จะไปโทษว่าเศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องโทษตัวเองที่ตามกระแสมากเกินไปจะดีกว่า
  3. หาจุดเด่นให้กับร้าน พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้จัก สร้างจุดขายทำอย่างไรให้คนรู้จักให้คนจำร้านเราได้ ไม่ว่าเราจะขายสินค้าแบบไหนอย่างไร การมีจุดขายที่โดดเด่นสะดุดตา จะทำให้เกิดภาพจำ และเมื่อมีความต้องการในสินค้าหรือบริการก็จะนึกถึงร้านของเราเป็นอันดับแรก
  4. มีโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ลดแลก แจกแถม ตามโอกาส ทฤษฏีการตลาดบอกว่าจัดโปรโมชั่นมากไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเพราะคนจะรอแค่ช่วงโปรโมชั่นจึงจะมาซื้อสินค้าและบริการ แต่ถึงอย่างไรโปรโมชั่นก็ยังเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าได้เสมอ หากแต่ต้องรู้จักใช้ให้ถูกเวลา อย่าให้พร่ำเพื่อ การจัดโปรควรให้มีสิ่งดึงดูดเช่นเทศกาลต่าง ๆ หรือหากเป็นช่วงเวลาพิเศษเช่นครบรอบ 1 ปี เปิดร้าน การมีโปรโมชั่นจะช่วยทำให้ร้านค้าดูมีสีสันไม่น่าเบื่อ

การเป็นพ่อค้าแม่ค้าในยุคนี้ ก็ต้องแอคทีฟตัวเองมากกว่าเดิม ไม่ใช่คิดว่าเอาของมาวางขาย ยังไงก็ขายได้ ไม่ต้องทำอะไรยังไงเดี๋ยวก็มีคนมาซื้อ สมัยนี้คู่แข่งมีมากมาย ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ยอดขายไม่ได้ตามเป้า ยิ่งพ่อค้าแม่ค้าไม่สนใจกลยุทธ์การขาย ปล่อยไปตามใจชอบ ก็อาจจะส่งผลเสียกับตัวเรา

 

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังหาตลาดที่ขายของ สามารถสอบถามข้อมูลได้เลยนะคะ เรายินดีให้คำปรึกษา

สนใจขายของในตลาดนัดหรือหาเช่าพื้นที่ร้านติดต่อสอบถามได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ

Phone : 065-491-5389

Line ID : @chaotalad

อีเมล : Chaotalad2018@gmail.com

© Copyright 2018 by Design by KTnDevelop